.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รีวิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รีวิว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

รีวิว Darkness Rises สุดยอดเกม Action ที่สนุกที่สุดในรอบปีนี้ !

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ darkness rises

ปลุกความมืดในตัวคุณ ...  ลืมจ่ายค่าไฟ ...  นั่นคือมุขของเพจ Jookgru เฟ้ยยย  วันนี้เราก็จะมารีวิวเกมที่พึ่งออกมาได้ประมาณสองอาทิตย์ก่อน ซึ่งสารภาพว่าตัวเองก็ได้ติดงอมแงมไปเรียบร้อยแล้วครับ 5555 เพราะว่า ถ้าจะบอกก็คือตัวผมเองก็เล่นเกมมือถือมาหลายเกมเหมือนเกมแนวๆ Action แบบนี้ออย่งาตอนนั้นที่ HIT ออกมาก็ถือว่ากราฟฟิคกับระบบ Action มันส์ สนุก สะใจสุดๆเช่นกัน ซึ่งถ้าคิดว่า HIT สนุกสุดจริง แล้วผมขอแนะนำ Darkness Rises !


ซึ่งถ้าดูจาก Trailer กราฟฟิคแล้วหลายๆคนคงจะบอกว่าภาพกราฟฟิคเกมอย่างสวย !  "แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันก็แค่ Cinematic Cutscene พอเข้าเกมก็งั้นๆ"  นี่คงคงเป็นสิ่งแรกที่หลายๆคนแว้บเข้ามาในหัวแน่นอน เพราะว่าถ้าใครเคยเล่นเกม Mobile แนวๆนี้มาเยอะแล้วส่วนมากก็จะเจอ Trailer อย่างดีสุดท้ายพอในเกม กราฟฟิคกลับกลายเป็นหนังไม่ตรงปกเสียอย่างนั้น  ถ้างั้นผมขอไม่พูดอะไรเกี่ยวกับระบบมากครับมาดูจุดเด่นและภาพในเกมจริงๆ ไม่มี CG !!! ที่รันบน Xiaomi Mix 2 เครื่องที่ผมใช้เลยดีกว่า

เกมมือถือที่กราฟฟิคดีที่สุด !

ภาพกราฟฟิคตั้งที่ Medium เท่านั้น !
จากภาพแรกมาลองให้ดูกราฟฟิคฉากต่อสู้ในเกมกันครับ ซึ่งไม่มีการใช้ CG ที่เป็น Video playback ใดๆทั้งสิ้น "นี่คือภาพจากในเกมจริงๆ Render จากมือถือของเราเอง !!!" ซึ่งปัจจุบันเท่าที่เล่นมายังไม่เคยเกมไหนที่ Animation ตัวละครดีขนาดนี้และตรงปกมาก่อนครับ

ภาพเรียกได้ว่าสู้กับกราฟฟิคบนเครื่อง Console ได้เลย เก็บทุกรายละเอียด
ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ผมสะดุดตาเกมนี้เลยก็คือเรื่องของการออกแบบโมเดลนี่หล่ะครับ ที่ดูดีทั้งตัวละครชายและหญิง เรียกได้ว่าบรรจงกันจริงๆ ลืมพวกเรื่องเกมภาพไม่ตรงปกที่โฆษณาตาม Facebook ไปได้เลย !
แต่กระนั้น คำว่า "เกม" องค์ประกอบก็ต้องครบครันด้วย คือภาพให้สื่ออารมณ์และระบบในเกมต่างจากเกมอื่นๆเล่นที่สนุก ! งั้นเราลองมาดูจุดถัดไปกันครับที่เกมอื่นไม่สามารถทำได้แบบนี้ !


ออกแบบตัวละครได้ละเอียดทุกรูขุมขน !

แสงเงาคอนทัวร์ทุกอย่างลงตัวเปะยิ่งกว่า The Face!
สิ่งต่อมาที่เรียกได้ว่าหายากมากๆบนเกมมือถือเลยคือการตกแต่งตัวละคร ให้สะท้อนตัวตนของเรามากที่สุดนั่นเองครับ เพราะส่วนมากแล้ว คนออกแบบเกมบนมือถือมักจะคิดว่า มือถือนั้นจอเล็ก คนส่วนมากกว่าก็ไม่สนใจอะไรเรื่องตัวละครตัวเอง  จึงมักทำรูปแบบ Template ตัวละครตามสายอาชีพมาแล้ว ทั้งเซิฟคุณก็จะหน้าตาเหมือนกัน !!! เหมือนๆกันทั้งเซิฟ ราวกับว่าในเกมนี้มีฝาแฝดเราเต็มไปหมด

หันหน้าตรงถ่ายบัตรประชาชนก็ไม่กลัวเราพร้อม !
โอ๊ยยย รับไม่ได้  5555 ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่พิถีพิถันในรายละเอียดของเกมอยู่แล้ว  เราจะเล่นอะไรเราต้องไม่ตามรอยใครครับ  ซึ่งในเกม Darkness Rises เราสามารถปรับทุกอย่าง (ทุกอย่างจริงๆนะครับลึกมากจริงๆ...)   ตั้งแต่องศาคิ้ว, คาง, สันจมูก, ลำตัว เรียกได้ว่า The Sims ชัดๆ ลองดูแค่ภาพประกอบผมก็น่าจะชัดเจนแล้วนะครับ >  <

Template หน้าตาพื้นฐานของตัวละคร
อ้อลืมบอกไป แถมใครที่กลัวว่าหน้าตาตัวละครสร้างได้ละเอียดเกินไปหน่อย กลัวเล่นจริงแล้วหน้าตาไม่ถูกใจ ก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเกมนี้เราสามารถแก้หน้าตาตัวละครได้เรื่อยๆตามใจเรา โดยใช้ไอเท็มภายในเกม เรียกได้ว่าทลายทุกลิมิตข้อจำกัด การตกแต่งตัวละครในเกม


ระบบต่อสู้คอมโบสนุกมันส์ทะลุล้าน

]
ฉากถล่มบอสในโหมด CO-OP กับเพื่อนเรียกว่าภาพอลังการมากจริงๆสำหรับครั้งแรกที่เล่น
พูดเรื่องกราฟฟิคไปแล้วทีนี้ลองมาดูระบบต่อสู้ในเกมกันบ้าง  ซึ่งภายใตเกมนี้เราจะเล่นเป็นมุมมองแบบ 3rd Person ครับคล้ายๆเกมเกมแนว Monster Hunter อะไรแบบนั้น โดยเกมจะมีจุดเด่นที่ความไวของคอมโบในเกม  ที่เราสามารถใช้ท่าต่อเนื่องกันได้ แล้ว Animation อะไรต่างๆจะ smooth ไปทางเดียวกันหมด ไม่ว่าจะใช้ท่าไม้ตายต่างๆก็ตาม

ด่านทดสอบสกิลเก็บเงินกับเหล่าลูกน้องยิ่งมาเยอะใช้สกิลรัวๆยิ่งสะใจ ;)
ท่าไม้ตายในเกมบวกกับสุดๆของคอมโบ

ปิดฉากด้วยภาพจัดการบอสแบบงามๆภายในเกม
แค่ภาพ Screenshot ข้างต้นอาจจะบรรยายความมันส์ได้ไม่หมดครับ เพราะนอกจากภาพที่สวยงามแล้วอีกอย่งาคือเสียงโจมตีฟันคอมโบ คือแบบมันได้อารมณ์มากๆ ยิ่งมอนมาเยอะๆ ใช้สกิลอัดยิ่งสะใจ ต้องไปลองกันเองจริงๆครับ !

โหมด PVP ทีมที่สนุกสู้กันสุดความสามารถ

โหมด PVP ตาต่อตาฟันต่อฟัน


อย่างหนึ่งที่เรียกว่าอาจจะเป็นปัญหาของเกมแนวนี้คือผู้เล่นคนไหนเติมเงินเยอะก็อาจจะมาลุมตีเราจนไม่ได้ผุดได้เกิดได้  แต่โชคดีที่ในเกมนี้ระบบ PVP นั้นมีการเรียงลำดับตามค่าพลังของตัวละคร ดังนั้นถ้าสู้แบบ PVP จับคู่เราจะ Random ให้มีค่าพลังพอๆกันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แล้วแน่นอนว่าก็เปิดบอทไม่ได้ในโหมดนี้ เพราะเป็นโหมดที่เราจะต้งอใช้ฝีมือของเรา  เช่นการหลบสกิลอีกฝ่ายให้ถูกจังหวะ การบล็อคแล้วสวนคอมโบกลับไป เรียกได้ว่าวืดครั้งเดียวอาจจะเปลี่นเกมได้เลย !  ฉะนั้นโหมดนี้เหมาะกับคนที่ไม่ชอบตีมอนซ้ำๆแต่ชอบความเร้าใจในการใช้ ความคิดตัดสินใจต่อสู้กับผู้เล่นด้วยกัน




โหมดทีม PVP  3vs3 ทีมเวิร์คคือที่สุด



ก็ยิ่งอัพเกรดความสนุกขึ้นไปอีกเพราะเราก็ไม่สามารถรู้ได้เช่นกันว่าใครที่จะมาจับคู่กับเรา แต่ที่แน่ๆคือระดับจะไม่ทิ้งห่างกันมากจนเกมไม่สนุกครับ  ซึ่งสนามต่อสู้นั้นจะเหมือนกับเกม MOBA ด้วยอีกต่างหากสามารถเก็บไอเท็ม เพื่อกลับไปเพิ่มเลือดหรือพลังชีวิตได้  ซึ่งโหมดนี้จะไม่ได้ขึ้นแค่กับเราคนเดียวจะขึ้นไปถึงการตัดสินใจว่าควรถอยเมื่อใด  หรือบางครั้งการไล่ตามฆ่าศัตรูคนเดียวๆ แต่กลับทิ้งเพื่อนให้สู้ลำพังแล้วเพื่อนตายแล้วทีมเราก็เสียแต้มไป อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนักนั่นเองครับ



ปรับแต่งชุดตัวละครได้ทุกส่วนอีกด้วย !


แน่นอนครับว่าในส่วนของเกม RPG ต่อสู้นั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราอยากเล่นต่อๆไปก็คือการมีชุด,           ไอเท็มหายากที่เรา ช่วยค่อยเล่น ค่อยๆปั้นขึ้นมาจนได้มาเป้นของเทพในตำนาน ซึ่งจุดนี้คือเสน่ห์ของ เกมหรือทุกๆอย่าง ในชีวิตจริงๆของเรานั่นเองครับ  อะไรที่ได้มาง่ายๆที่คลิกเดียว แปปๆก็คงเบื่ออยู่แล้ว  แต่ถ้าหากไอเท็ม/ ชุดเกราะที่เราชอบ  โดยปกตินั้นพออัพเลเวลก็มักจะต้องทิ้งไป  ตามสูตรเดิมๆ คืออัพเวลก็ต้องใส่ชุดใหม่ เพราะชุดเก่าค่า Status มันต่ำถูกไหมครับ ? 




แน่นอนว่า Darkness Rises ทีมผู้พัฒนาเกม นี่เรียกได้ว่าเล็งเห็นถึงจุดสำคัญที่แทบจะทุกเกมมองข้ามไป นั่นก็คือการสะสมชุดต่างๆนั่นเอง ซึ่งในเกมนี้ถ้าเกิดเราชอบชุดไหนเราสามารถ สกัดบันทึกชุดนั้นให้อยู่กับเราถาวรได้ครับ  โดยหน้าตาจะเหมือนเดิม แต่ว่าค่า Status ก็คือชุดใหม่ที่เราใส่นั่นเอง !!! เรียกได้ว่า ไม่ต้องทิ้งชุดเก่าอีกต่อไปแล้ว   ใครชอบชุดไหนก็ใช้ต่อไปได้เลยไม่ต้องทิ้ง !!! (ทำได้ทุกชิ้นอีกต่างหากตั้งแต่ทรงผมถึงชุดเกราะ !)




แค่นั้นยังไม่พอเรายังสามารถตกแต่งลายหรือสีของชุดแฟชั่น (รวมไปถึงชุดเกราะทั่วๆไป) ได้อีกด้วย ดังนั้นโอกาสที่ตัวละครของเราจะซ้ำกับคนอื่นนั้นเรียกได้ว่าน้อยมากๆ  ถ้าเทียบกับเกมอื่น ราวกับว่าเรากำลังสวมบทบาทตัวละครนั้นจริงๆนั่นเองครับ ซึ่งตรงจุดนี้น่าจะถูกใจทั้งผู้เล่นชายและผู้หญิงด้วยเช่นกันครับ ;)


ตัวเกม Optimize มาได้ลื่นที่สุด 60 FPS !

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ unreal engine 4 logo

ต้องบอกเลยครับว่าด้วยขุมพลังของเกมบน Unreal Engine 4 บวกกับ Vulkan API ผู้ที่ทำให้วงการเกมมือถือต้องพลิกโฉมภาพสวยขึ้นเป็นสิบเท่า แถมยังลื่นๆแบบนี้อีกก็คงต้องขอบคุณทางผู้พัฒนาเกมที่ตั้งใจทำเกมมาอย่างดีนั่นแหละครับ ทำให้ขอเพียงแค่มือถือเรารองรับ Vulkan API  หรือสเปคเรียกว่า Snapdragon 62x, 63x ก็สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างมีความสุขแล้วล่ะครับ

คะแนนส่งท้าย 9/10

ต้องขอบอกเลยครับว่าไม่ได้เข้ามาวงการเกมมือถือ Action แบบนี้นานมาก และ Darkness Rises คือเป้นเกมที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆหลังเล่นไปได้สองอาทิตย์ยังคงรู้สึกว่าเกมสนุกอยู่ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม ถึงมาเขียนรีวิวช้านั่นเองไงครับ ฮ่าๆ



Cover art    Android  :  Download
   IOS:           Download

   ข้อดี:  + ภาพสวยที่สุดและไม่กระตุกเลยด้วย Vulkan + Unreal 4
              + ระบบการต่อสู้สนุกมากๆ  ไม่ซ้ำซาก
              + สร้างตัวละครได้ละเอียดเวอร์ๆ  ทำให้เราไม่ซ้ำกับคนอื่น
              - คนเล่นเยอะมากจนบางครั้ง Server หลุด





แจก 300 Gem จาก Dtac ทั้งรายเดือนและแบบเติมเงิน โหลด Code เติม

ภาพทั้งหมด










วันเสาร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแพงที่สุดในชีวิต Dyson V8 Absolute Plus สไตล์พ่อบ้าน

     
     ถ้าพูดถึงเครื่องดูดฝุ่น รูปร่างที่เราพอจะนึกออกน่าจะเป็นเจ้าเครื่องอ้วนๆ เสียงดังๆ ลากสายไปมายาวเหยียดรอบบ้านระยะทางรวมกันประมาณ 3 กิโลเมตรเห็นจะได้ กับอีกภาพคือเจ้าเครื่องที่โดนหมกไว้ให้ฝุ่นเกาะ เพราะแม่บ้านซื้อมาแล้วไม่ยอมใช้สักที
จริงๆแล้วจะโทษแม่บ้านก็ไม่ได้ คุณแม่ผมเองก็ซื้อเครื่องดูดฝุ่นมา นี่เข้าปีที่ 5 แล้วเอาออกมาให้ไม่ครบ 10 ครั้งสักกะที (ทีตอนก่อนซื้อนี่เหตุผลล้านแปด)

ยุคนี้มันยุคไร้สาย เครื่องดูดฝุ่นเองก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ทัน ทำให้มันใช้ง่ายขึ้น ใช้บ่อยขึ้น ดูดีขึ้น ก็เลยออกมาแนวๆนี้นี่แหละครับ

     Dyson เป็นผู้ผลิตสัญชาติอังกฤษที่ทำฮาร์ตแวร์เกี่ยวกับเครื่องดูดฝุ่นมานาน (จริงๆมีพาร์ทอื่นอีก)  จุดแข็งของDyson ในบ้านเราคือจัดจำหน่ายและรับประกันโดยเครือ CMG ทำให้ศูนย์ในบ้านเราเยอะมาก ในกรุงเทพเซ็นทรัลกับเดอะมอลล์น่าจะมีทุกที่ ตจว. เองก็พอมีครับ


     วันนี้มีโอกาสได้หยิบเอาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นท็อปสุดของ Dyson มารีวิวให้ได้ชมกัน ชื่อรุ่นว่า Dyson V8 Absolute +ราคาค่าตัวอยู่ที่ 28,900 บาท ถือว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่แพงที่สุดแล้วในชีวิตนี้คุ้มไม่คุ้มเดี๋ยวมาดูกันครับ

แกะกล่อง

     อุปกรณ์ที่แถมมา เรียกได้ว่าชุดใหญ่ไฟกระพริบที่สุดแล้วเท่าที่เครื่องดูดฝุ่น พศ.นี้จะแถมให้ได้ หัวดูด + ท่อต่างๆ รวมๆกันแล้วประมาณ 15 ชิ้น และทุกชิ้นใช้งานได้ดีทีเดียว
ถ่ายมาแค่เสี้ยวเดียว เยอะมากกก นับๆแล้วประมาณ 9 – 10 หัว

     ส่วนที่ชอบที่สุดคือการจับเอาข้อต่อนู้น เข้าไปต่อกับอันนี้ สลับไปอันนู้น ซึ่งผมลองต่อแล้วได้สูงสุด 4 ชิ้นใน 1 Typeที่สำคัญคือข้อต่อแต่ละข้อมีตัวล็อคเป็นของตัวเอง ดังนั้นเวลาเราต่อยาวๆก็ยังพออุ่นใจได้อยู่ว่าจะไม่หลุดออกจากกัน


     ตัว Body เป็นพลาสติก ABS แบบแข็งๆ งานประกอบแน่นหนาตรงปุ่มกดนี่นิ่มมาก แทบไม่ต้องออกแรง(แต่ก็เผลอลั่นไปโดยบ่อยอยู่)

     เครื่องดูดฝุ่นรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีแบบไซโคลน คือดูดอากาศเข้ามาปั่นด้วยความเร็ว 110,000 รอบต่อนาที ด้วยแรง 300,000 G ( 1 G = 9.81 m/s^2) ฝุ่นละอองที่เข้ามาเมื่อโดนปั่นเข้ามากๆก็จะตกลงมาข้างล่าง ส่วนอากาศบริสุทธิ์ก็จะออกทางด้านหลัง ซึ่งถ้าดูตาม Spec ที่เค้าบอกมา จะกรองฝุ่นได้ละเอียดถึง 0.5 ไมครอน (เส้นผมคนเรามีขนาด 100 ไมครอน) และฟิลเตอร์กรองอากาศด้านหลังก็จะกรองฝุ่นได้ละเอียดถึง 0.3 ไมครอน ดังนั้น ลมที่ออกมาจากด้านหลังจึงไม่เป็นอันตรายครับ


การติดตั้งอุปกรณ์เสริม
     อุปกรณ์เสริมในที่นี้คือตัวชาร์จไร้สาย (จริงๆมีสายนั่นแหละ) เป็นการติดตั้งตัวชาร์จไว้กับฝาผนังบ้าน โดยที่วิธีการคือเอาสายใส่เข้ากับตัวแขวน แล้วก็ติดกับฝาผนัง แค่นี้ก็ใช้งานได้แล้วครับ


     หลังจากติดตั้งเสร็จ ใช้งานสักพัก รู้สึกว่ามันใช้งานง่าย  อารมณ์คล้ายๆกับชาร์จไร้สายในสมาร์ทโฟนที่แค่เอาไปวางไว้ อยากใช้ก็หยิบมาใช้ ถ้าใครอยู่คอนโดหรือบ้านดีไซน์เก๋ๆก็เหมือนของตกแต่งบ้านแนวไฮเทคชิ้นนึง (อันนี้มโนไปเอง ถถถถ )

หรือใครชอบแบบมีสาย ไม่อยากเจาะฝาผนังก็เสียบชาร์จแบบทั่วๆไปได้ครับ ชาร์จจาก 0 – 100%  ใช้เวลาราวๆ 5 ชั่วโมง


การใช้งานจริง
ปกติแล้วผมจะใช้อยู่ 4-5 อย่างครับ ดูดฝุ่นพื้นห้อง , ที่นอน , ฝ้า-เพดาน (อันนี้นานๆครั้ง) แล้วก็ริมระเบียงเดี๋ยวมาดูกันครับว่าเป็นไงบ้าง

1.พื้นห้อง

** ก่อนทำความสะอาด **


** หลังทำความสะอาด **



Note :พื้นห้องส่วนใหญ่เป็นฝุ่นชิ้นใหญ่กับเส้นผมของกวางน้อย หัว fluffy (อันในภาพ) ผมใช้บ่อยสุด รู้สึกมันสะอาดดี ดูดแรง มีขนนุ่มๆเหมือนถูพื้นเบาๆไปด้วยหน่อยนึง

2.ที่นอน , ใต้เตียง

** ก่อนทำความสะอาด **

** หลังทำความสะอาด **





Note : เตียงนอนดูเหมือนไม่ค่อยจะมีอะไร แต่จริงๆเตียงนอนมันมีพวกไรฝุ่นค่อนข้างเยอะนะ ถ้าคนแพ้ไรฝุ่นนี่น่าจะซักบ่อยหน่อย ( ส่วนตัวไม่ได้ได้แพ้ฝุ่นอะไร ) ลองใช้หัวดูดไรฝุ่นดู โอโห ... แลดูเป็นคนซกมกไปเลย ฮ่าๆ (หัวดูดแรง มีขนเหมือนแปรงแข็งๆตะกรุยฝุ่น ถ้าจะใช้จับผ้าปูหรือหมอนไว้ให้แน่นๆนะครับ) ส่วนใต้เตียงเน้นใช้พวกท่อหดกับปากดูดใหญ่ๆหน่อยก็พอครับ

3.ฝ้าเพดาน

** ก่อนทำความสะอาด ** 


** หลังทำความสะอาด ** 



Note : ฝ้าเพด้านถ้ามีไม้กวาดหยากไย่หรือถ้าไม่สูงมากก็ใช้ไม่กวาดแหย่ๆเอา แหย่เสร็จก็ต้องมากวาดซ้ำ ตอนนี้ดูดรวดเดียวจบ ถ้าสูงไปก็ต่อท่อยาวครับ ง่ายดี มีข้องอแถมมาให้ด้วย(จริงๆเค้าเอาไปใช้กับพวกดูดฝุ่นในรถยนต์นะ แอบเอามาใช้ ก็ใช้ได้ครับ)

4.ริมระเบียง

** ก่อนทำความสะอาด ** 


** หลังทำความสะอาด ** 



Note : ริมระเบียงส่วนใหญ่จะเป็น ใบไม้ ฝุ่น ทรายที่ปลิวตามลมมา ก็เปลี่ยนไปใช้ท่อยาวกับหัวดูดปากใหญ่ๆครับง่ายดี

วิธีการเทขยะ / ฝุ่นที่ดูด
รุ่นนี้ดึงสลักคล้ายๆสลักระเบิดที่เราเห็นตาม TV  มันจะมีหัวสีแดงๆโผล่ขึ้นมาตามภาพ ดึงปึ๊ก! ฝามันก็จะเปิด

  
     ฝุ่นที่เราจะเทมันก็จะร่วงลงด้านล่าง เสร็จแล้วตบสลักลงเบาๆ มันจะเหมือนเราเขย่าให้ฝุ่นที่ยังไม่ออกล็อตแรกออกให้หมดเป็นรอบที่สอง


     เสร็จแล้วก็ช้อนฝาจากด้านหน้าเข้ามาปิด สรุปทุกขึ้นตอน มือเราจะไม่โดนฝุ่นเลย


ความรู้สึกหลังใช้งาน
     ใช้งานมือเดียวได้ดีระดับนึงไม่หนักมากครับ แต่ถ้าต่อท่อสูงๆ หรือหัวดูดที่หนักมากๆ ยังไงก็ต้องสองมือช่วยกันประคองอยู่ดี (หล่นมาทีน้ำตาเล็ด แพงอิบอ๋าย)


     ปุ่มปรับความแรงมี 2 ระดับ คือ ธรรมดา กับแรงมาก ใช้งานทั่วไประดับธรรมดาก็เกินแกงละครับ แรงมากนี่ส่วนใหญ่จะปรับเอาสะใจเล่นมากกว่า แบบตามซอกที่เราไม่เคยทำความสะอาดจริงๆ

ไฟบอกสถานะมีทั้งสองข้างครับ ถือบางคนถนัดซ้าย บางคนถนัดขวาจะได้ไม่ต้องพลิกกลับไปกลับมาไปดู % แบตเตอรี่

ความแรง
     เทียบกับพวกเครื่องใหญ่ๆ ผมว่าเครื่องใหญ่ดูดแรงกว่าหน่อยนึงนะ แต่เจ้านี่ได้ในเรื่องของการใช้คล่องตัวกว่ากับไม่ต้องลากสายให้วุ่นวายมาแทนที่ ก็ต้องแลกกันไป

     ระยะเวลาการใช้งานแบบใช้ๆหยุดๆ อยู่ได้ราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง – 3 ชั่วโมง ถ้านับเป็นห้องก็ได้ประมาณ 2 ห้องเต็มๆ ดังนั้นใครบ้านกว้าง ห้องเยอะ อันนี้ต้องคิดเผื่อนิดนึงนะครับว่าพอหรือเปล่า ( ห้องผมขนาด 6*10 เมตรโดยประมาณไม่รวมระเบียง )

ถ้าให้คะแนนความพอใจ ส่วนตัวผมให้ 8.5 เต็ม 10แล้วกัน  (เกิดมาเพิ่งเคยใช้แบบไร้สายครั้งแรก เอาตามความรู้สึกล้วนๆเลย


สรุปสั้นๆเท่าที่นึกออ
ข้อดี
-           ออฟชั่นเยอะ เทคโนโลยีใหม่
-           ประกัน 2 ปี ศูนย์+อะไหล่หาง่าย (ถ้าเป็นแบบมีสาย ประกัน 5 ปี)
-           น่าจะเป็นเจ้าเดียวที่ออฟชั่นเยอะขนาดนี้แล้วถือมือเดียวได้
-           งานประกอบดี ไม่กิ๊กก๊อก
-           แบตกับที่ชาร์จเจ๋งดี ดูไฮโซนิดๆ
-           เหมาะกับคอนโด ห้องพัก บ้านหลังเล็กๆ
-           เหมาะกับคนบ้านหลายชั้นหลายห้อง ขนย้ายไปนู่นมานี่สะดวกดี
-           ใช้งานกับรถยนต์ได้ง่าย ไม่ต้องลากสาย ใครอยู่คอนโดนี่เข้าทางเลย

ข้อพิจารณา
-           ราคาค่อนข้างสูง ตัวต่ำสุดอยู่ที่ 12,900 บาท ตัวกลางก็สองหมื่นกลางๆ ตัวท็อปสุดแบบตัวนี้ก็สองหมื่นปลายๆ
-           ระยะเวลาในการชาร์จครั้งนึงนานไปหน่อย ถ้าต้องการใช้ทั่วทั้งบ้านในครั้งเดียวน่าจะมีปัญหา แต่ถ้าทำความสะอาดทีละห้อง อันนี้สบาย
-           ไม่เหมาะกับคนบ้านกว้างมาก



   ส่งท้าย : สำหรับคนที่ต้องการจะซื้อ เนื่องจากจำหน่ายโดย CMG ดังนั้นห้างเดอะมอล - เซ็นทรัลในกรุงเทพแทบทุกสาขามีศูนย์ Dyson หมด (เช็คได้ที่ลิงค์นี้) หรือใครชอบ Online ใน Central Online / Lazadaเองก็มีจำหน่ายอยู่เหมือนกันครับ ส่วนระบบผ่อนตอนนี้ผ่อนหน้าร้านทุกที่ 0% 10 เดือน